สัญญาณก่อนวันสิ้นโลก

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

สัญญาณก่อนวันสิ้นโลก

ตั้งหัวข้อ by Profile on Thu Aug 07, 2014 10:09 pm


*** สัญญาณก่อนวันสิ้นโลก ***
เชค มะฮฺมูด เอช. รอชีด : เขียน
บรรจง บินกาซัน : แปล
...................................

<<<< วันแห่งการฟื้นคืนชีพและการตัดสิน >>>>

สำหรับระยะเวลา "สี่สิบปี" ที่มิได้กำหนดไว้เป็นการแน่นอนนั้น จักรวาลจะยังคงดำรงอยูุ่ในสภาพอ้างว้าง หลังจากนั้น พระผู้เป็นเจ้าก็จะบัญชาอิสรอฟีลให้เป่าแตรอีกครั้งหนึ่ง การเป่าแตรครั้งนี้จะทำให้ทุกสรรพสิ่งเกิดึ้นใหม่อีกครั้งหนึ่งและจะเป็นการเริ่มต้นวันแห่งการตัดสิน

คัมภีร์กุรอานกล่าวว่า : -

ในวันแห่งการฟื้นคืนชีพ เราจะตั้งตราชูที่เที่ยงธรรมขึ้นมาเพื่อที่จะได้ไม่มีชีวิตใดไม่ได้รับความเป็นธรรมแม้แต่เพียงน้อยนิด ถึงแม้วามันจะเป็นการกระทำที่มีน้ำหนักเท่ากับเมล็ดผักกาด เราก็จะนำมันออกมาชั่ง และเพียงพอแล้วที่เราจะชำระ (กุรอาน 21 : 47)

วันแห่งการตัดสินที่เราได้ถูกบอกไว้นั้นมีระยะเวลาเท่ากับห้าหมื่นปี การตัดสินทั้งหมดจะกระทำในช่วงเวลานั้น ในวันนั้น แต่ละคนจะถูกตัดสินตามคุณสมบัติของตร ไม่มีการลดหย่อนผ่อนปรนและไม่มีใครสามารถพูดแก้ต่างให้กันได้ แต่ละคนจะถูกตัดสินตามการกระทำของตัวเองในขณะที่มีชีวิตอยู่ในโลกนี้โดยที่บันทึกของแต่ละคนได้ถูกจัดเตรียมไว้ก่อนแล้ว

มนุษย์จะถูกตัดสินจากการกระทำของเขาและจะถูกแบ่งออกเป็นสามประเภทดังที่กล่าวไว้ในคัมภีร์กุรอาน : -

และสูเจ้าจะถูกแบ่งออกเป็นสามกลุ่ม
คือกลุ่มทางขวา สูเจ้าจะรู้ได้อย่างไรว่ากลุ่มทางขวาคือใคร ?
และกลุ่มทางซ้าย สูเจ้าจะรู้ได้อย่างไรว่ากลุ่มทางซ้ายคือใคร?
และกลุ่มที่อยู่ข้างหน้า คือกลุ่มที่อยู่ข้างหน้า
พวกเขาเหล่านั้นคือผู้ที่อยู่ใกล้ชิด
ในสวนสวรรค์อันบรมสุข
เป็นกลุ่มชนจำนวนมากจากรุ่นก่อน ๆ
และกลุ่มน้อยจากชนรุ่นหลัง ๆ
บนเตียงที่ประดับด้วยทองคำ
พวกเขานอนเอกเขนกอยู่บนนั้นโดยหันหน้าเข้าหากัน
มีเด็ก ๆ ที่ไม่ตายคอยรับใช้พวกเขาตลอดไป
ด้วยถ้วยใบใหญ่และแก้วมีหูและจอกที่ใส่สุราไหลรินมา
พวกเขาจะไม่มึนเมาและไม่หมดสติเมื่อดื่มสุรานั้น
และผลไม้หลากชนิดตามแต่พวกเขาจะเลือกกิน
และเนื้อนกที่พวกเขาอยากกิน
และหญิงสาวที่มีนัยน์ตาคมสวยงาม
ประหนึ่งไข่มุกที่ถูกรักษาไว้อย่างดี
นี่เป็นสิ่งตอบแทนความดีที่พวกเขาได้ทำไว้
ที่นั่น พวกเขาจะไม่ได้ยินคำพูดที่ไร้สาระและเป็นบาป
นอกไปจากคำกล่าวว่า ศานติ ศานติ
และกลุ่มทางขวา สูเจ้ารู้ไหมว่ากลุ่มทางขวาเป็นอย่างไร ?
พวกเขาอยู่ใต้ต้นพุทราที่ไร้หนาม
และต้นกล้วยที่ออกผลเป็นเครือลตั้งแต่ยอดจรดโคนต้น
และร่มเงาที่แผ่กระจาย
และน้ำที่ไหลพุ่งตลอดเวลา
และผลไม้ที่อุดมสมบูรณ์
โดยไม่หมดสิ้นตามฤดูกาลและไม่เป็นที่ต้องห้าม
และเตียงนอนที่ถูกยกสูง
แท้จริง เราได้บังเกิดพวกนางขึ้นมาใหม่
แล้วเราได้ให้พวกนางเป็นสาวพรหมจรรย์
เป็นที่น่ารักชื่นชมแก่คู่ครอง
สำหรับกลุ่มทางขวา
คือกลุ่มคนจากรุ่นก่อน ๆ
และกลุ่มคนจากรุ่นหลัง ๆ
ส่วนกลุ่มทางซ้ายนั้น สูเจ้ารู้ไหมว่ากลุ่มทางซ้ายเป็นอย่างไร ?
พวกเาอยู่ในลมร้อนและน้ำกำลังเดือด
อยู่ใต้ร่มเงาของควันที่ดำทึบ
ไม่ร่มเย็นและไม่เป็นที่น่าชื่นชม
แท้จริง ก่อนหน้านั้น พวกเขาเป็นคนเจ้าสำราญ
และพวกเขาดื้อรั้นอยู่ในการทำบาปใหญ่อยู่เนือง ๆ
และพวกเขาเคยกล่าวว่า "เมื่อเราตายไปจนกระดูกกลายเป็นผุยผงแล้ว เราจะถูกทำให้ฟืนคืนชีพอีกกระนั้นหรือ ?
รวมทั้งบรรพบุรุษของเราก่อนหน้าที่ด้วยหรือ ?"
จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) "แท้จริง ชนรุ่นก่อนและรุ่นหลัง ๆ นั้น จะถูกรวบรวมไว้จนกระทั่งถึงวันอันเป็ฯที่รู้กัน รวมทั้งพวกท่านด้วย โอ้ ผู้หลงผิดและผู้ปฏิเสธทั้งหลาย"
แน่นอน สูเจ้าจะได้กินต้นซักกูม
และพวกเาจะใส่มันจนเต็มท้อง
และพวเาจะได้ดื่มน้ำกำลังเดือดตามลงไป
พวกเขาจะดื่มเหมือนกับอูฐที่กำลังดื่มน้ำเมื่อกระหายจัด
นี่คือการต้อนรับพวกเขาในวันแห่งการตัดสิน
(กุรอาน 56 : 7 - 56)

คัมภีร์กุรอานได้กล่าวถึงเหตุการณ์ในวันนั้นอีกว่า : -

และชั้นฟ้าก็จะแยกออก เพราะในวันนั้นมันจะอ่อนแอ
และมลาอิกะฮฺองค์หนึ่งจะปรากฏอยู่บนชั้นฟ้า และอีกแปดองค์จะทูนบัลลังก์องพระผู้อภิบาลของพวกเขาไว้ในวันนัั้น
วันนั้น สูเจ้าทั้งหลายจะถูกนำออกมาอยู่ต่อหน้าพระองค์
ไม่มีความลับอนใดจะถูกปิดบังซ่อนเร้นไปจากสูเจ้า
หลังจากนั้น คนที่ได้รับบันทึกจากทางด้านขวาจะกล่าวว่า
"มาอ่านบันทึกของฉันหน่อยซิ
แน่นอน ฉันรู้แล้วว่าฉันจะต้องได้พบกับบัญชีของฉัน"
แล้วเาจะมีความเป็นอยู่อย่างสุขสำราญ
ในสวนสวรรค์อันสูงส่ง
ที่มีผลได้อยู่แค่เอื้อม
จงกิน จงดื่มตามสบายเพราะสิ่งที่พวกเจ้าได้ทำไว้ก่อนหน้านี้
ส่วนผู้ที่ได้รับบันทึกจากทางด้านซ้ายนั้น เขาจะกล่าวว่า
"ฉันไม่อยากที่จะให้บันทึกได้ถูกนำมายื่นแก่ฉันเลย
และไม่อยากจะรู้ว่าบัญชีของฉันเป็นเช่นใด
ถ้าหากว่าฉันตายได้ก็จะดี
ทรัพย์สมบัติของฉันก็ไม่อาจช่วยอะไรฉันได้เลย
อำนาจของฉันก็หมดสิ้นไปจากฉันแล้ว"
(และจะมีคำบัญชาว่า) "เอาตัวเขาไปล่ามโซ่เสีย
แล้วโยนเขาเข้าไปในไฟนรก
แล้วล่ามเขาไว้ด้วยโซ่ยาวเจ็ดสิบศอก
แท้จริง เขามิได้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺผู้ยิ่งใหญ่
และเขามิได้ส่งเสริมการให้อาหารแก่คนขัดสน
ดังนั้น วันนี้่เขาจะไม่มีมิตรสนิทในที่นี้" (กุรอาน 69 : 16 - 35)

อายะฮฺกุรอานดังกล่าวข้างต้นทำให้เราไม่มีข้อสงสัยอะไรหลงเหลืออยู่เกี่ยวกับสภาพของวันตัดสิน บันทึกการกระทำของแต่ละคนที่มลาอิกะฮฺได้บันทึกไว้จะถูกนำมาเสนออย่างละเอียดชัดเจน

คนที่มีความสุขก็คือคนที่จะได้รับบัญชีของตนในมือขวา นี่เป็นสัญลักษณ์แห่งการตอบแทนโดยอัลลอฮฺแก่บ่าวของพระองค์ สิ่งแรกที่จะทำในวันแห่งการฟื้่นคืนชีพก็คือการตั้งตราชั่ง (มีซาน) ขึ้นเพื่อที่จะชั่วทุกสิ่งอย่างเที่ยงธรรมก่อนที่ชะตากรรมครั้งสุดท้ายจะถูกตัดสิน

ความทุกข์จะเกิดขึ้นกับผู้ที่ได้รับบันทึกในมือซ้าย นี่คือสัญลักษณ์ที่ไม่สามารถทำให้ตราชั่งสมดุล คนเหล่านี้จะถูกมลาอิกะฮฺนำไปยังนรก พวกเขาจะเหงื่อโชกท่วมตัวเพราะน้ำหนักบาปของพวกเขา โลกจะเหมืิอนกับแผ่นทองเหลืองร้อนเพราะดวงอาทิตย์อยู่ใกล้ วันนั้นจะไม่มีร่มเงานอกไปจากร่มเงาจากบัลลังก์ของอัลลอฮฺ ทุกคนต่างจะคอยด้วยความกระวนกระวายว่าจะมีใครช่้วยขอไถ่โทษให้แก่พวกเขาบ้างหรือไม่

มีบางฮะดีษที่ชี้ว่านบีมุฮัมมัดจะช่วยขอไถ่โทษให้แก่ใครบางคนที่เหมาะสมในวันนั้น

ฮะดีษหนึ่งกล่าวว่า : ฉันได้ยินท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า "ในวันแห่งการฟื้นคืนชีพ ฉันจะช่วยขอไถ่โทษให้โดยกล่าวว่า 'โอ้ พระผู้อภิบาลของฉัน โปรดทรงรับคนทีี่มีความศรัทธาถึงแม้ว่าจะเท่าเมล็ดผักกาดเข้าสวรรค์ด้วยเถิด' ่คนเหล่านั้นก็จะได้เข้าสวรรค์ หลังจากนั้น ฉันจะกล่าวว่า 'โอ้ พระผู้อภิบาล โปรดรับบรรดาผู้ที่มีความศรัทธาอยู่ในหัวใจเพียงน้อยนิดเข้าสวรรค์ด้วยเถิด' " (ฮะดีษนี้เล่าโดยอนัส)

มีฮะดีษอื่น ๆ อีกที่ให้รายละเอียดอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับเรื่องการขอไถ่โทษแทนให้ คนที่รอคอยการตัดสินจะอยู่ในสภาพวิตกกังวลในความล่าช้า บางคนจะขอนบีอาดัมให้ช่วยเหลือตน แต่ท่านจะปฏิเสธและแนะนำให้ไปขอนบีคนอื่น ดังนั้น ผู้คนจะผลัดกันไปหานบีคนอื่น แต่นบีแต่ละคนจะปฏิเสธจนกระทั่งพวกเขามาถึงนบีมุฮัมมัด (ขอความสันติจงมีแด่ท่าน) ท่านนบีจะไปยังมะกอมมะฮฺมูดาและวิงวอนต่อพระเจ้าให้อนุญาตท่านขอไถ่โทษให้แก่สาวกของท่าน และท่านก็ได้รับอนุญาต

ท่านรอซูลุลลอฮฺจะสามารถให้ความช่วยเหลือบางอย่างได้คัมภีร์กุรอานกล่าวว่า :

แท้จริง เราได้ประทานอัลเกาซัรฺแก่เจ้า (กุรอาน 103 : 1)

โดยภาษาแล้ว "อัลเกาซัรฺ" หมายถึง "ความอุดมสมบูรณ์" ซึ่งรวมถึงตาน้ำในสวรรค์ที่ได้ถูกสัญญาไว้สำหรับนบีมุฮัมมัด (ขอความสันติจงมีแด่ท่าน) สายน้ำที่ไหลมาจากตาน้ำอัลเกาซัรฺจะอยู่บนผืนแผ้นดินในวันแห่งการตัดสิน ในวันนั้น ผู้คนที่จะหิวโหยและกระหาย ท่านนบีจะให้สาวกของท่านดื่มน้ำจากตาน้ำอัลเกาซัรฺ หลังจากดื่มน้ำแล้ว พวกเขาก็จะไม่กระหายต่อไปอีกจนกระทั่่งพวกเขาได้อยู่ในสวรรค์ น้ำจากตาน้ำแห่งนี้จะมีสีขาวกว่าน้ำนม มีกลิ่นหอมยิ่งกว่า ชมดเชียง รสหวานปานน้ำผึ้งและเย็นกว่าน้ำแข็ง

นี่คือสัญลักษณ์ของตาน้ำแห่งชีวิตซึ่งเป็นความเมตตาจากพระผู้เป็นเจ้า มันเป็นหนึ่งในความโปรดปรานอันยิ่งใหญ่ที่อัลลอฮฺทรงประทานแก่บรรดาผู้ศรัทธาผ่านทางนบีอันเป็นที่รักของพวกเขา การได้ดื่มน้ำจากตาน้ำอัลเกาซัรฺจะมีผลต่อจิตวิญญาณของผู้ที่ดื่มเพราะมันจะขจัดความกังวลทั้งหมดออกไปจากเขาโดยเฉพาะเมื่อท่านนบีเองได้อยู่ที่นั่นด้วยเพื่อดูแลการดื่มน้ำ

จากฮะดีษต่าง ๆ และจากการอธิบายความหมายข้อความที่เกี่ยวข้องกับกุรอาน ปรากฏว่าหลังจากการตัดสินในวันแห่งการฟื้นคืนชีพแล้ว ทุกคนจะต้องผ่านสะพานแห่งหนึ่งซึ่งพาดผ่านเหนือนรกและนำไปสู่สวรรค์ สะพานแห่งนี้ได้ถูกกล่าวเป็นปริศนาเปรียบเทียบว่าบางยิ่งกว่าเส้นผมและคมยิ่งกว่าคมดาบ แม้แต่นบีต่าง ๆ ก็จะต้องข้ามสะพานแห่งนี้เพื่อไปสู่สวรรค์อันบรมสุและที่พำนักอันปลอดภัย

คัมภีร์กุรอานกล่าวว่า :

และไม่มีใครจะเข้าไปได้นอกจากผู้ที่ผ่านมัน นี่เป็นสิ่งที่ขึ้นอยู่กับพระผู้อภิบาลของเจ้าซึ่งได้กำหนดไว้เป็นที่แน่นอนแล้ว หลังจากนั้น เราจะให้บรรดาผู้ยำเกรงรอดพ้น และเราจะปล่อยให้บรรดาผู้อธรรมคุกเข่าอยู่ในนั้น (กุรอาน 19 : 71 - 72)

คนที่ข้ามสะพานจะเดินข้ามด้วยความเร็วตามสัดส่วนของความสะอาดบริสุทธิ์ทางด้านจิตวิญญาณ บางคนจะข้ามด้วยความเร็วดุจสายฟ้า ในขณะที่ีบางคนจะข้ามด้วยความเร็วของนกหรือเร็วเหมือนม้าควบหรือด้วยความเร็วของกองคาราวานอูฐที่แบกสินค้าจนเพียบหรือด้วยความเร็วในการเดิน ส่วนผู้ทำบาปหนานั้นจะเดินด้วยความเร็วของคนป่วยหรือคนพิการและรอบสะพานนั้นจะเต็มไปด้วยความมืดทึบ

คนบาปจะถูกตะขอบนสะพานเกี่ยวลงไปในนรกที่อยู่เบื้องล่าง จะมีแต่ผู้ศรัทธาและผู้ที่จิตใจสะอาดบริสุทธิ์เท่านั้นที่จะสามารถข้ามสะพานนี้ได้ มีฮะดีษหนึ่งกล่าวว่านบีมุฮัมมัดและสาวกของท่านจะเป็นผู้ข้ามสะพานก่อน

ในท่ามกลางความมืดมิดรอบสะพานนั้น แสงสว่างเพียงอย่างเดียวก็คือแสงสว่างแห่งความศรัทธาและความบริสุทธิ์ทางด้านจิตวิญญาณ ยิ่งใครที่ศรัทธาอ่อน แสงสว่างรอบตัวเขาก็จะน้อยลงเท่านั้น ไม่ว่าใครจะทำความดีเพื่อเอาใจพระผู้เป็นเจ้าเพียงใดก็ไม่ใช่หลักประกันว่าจะข้ามสะพานไปได้อย่างง่ายดายในวันแห่งการตัดสิน ทั้งหมดขึ้นอยู่กับความเมตตาของอัลลอฮฺเท่านั้น ด้วยความเมตตาของพระองค์ต่างหากที่พระองค์จะทรงอภัยบาปให้แก่เราและจะตอบแทนเราในโลกหน้า

ดังนั้น เราจะต้องรักษาความรักพระเจ้าไว้ในหัวใจของเราเหนือสิ่งอื่นใดเพราะความรักนั้นจะทำให้แสงแห่งศรัทธาของเราส่องสว่างมากยิ่งขึ้น

....รอติดตาม เรื่อง "สวรรค์และนรก " เป็นเรื่องสุดท้ายต่อไปนะคะ อินชาอัลลอฮฺ
...........................................
(จากหนังสือ : สัญญาณก่อนวันสิ้นโลก)


อดทน เพื่อชัยชนะ
avatar
Profile
Admin

จำนวนข้อความ : 260
Join date : 25/07/2013

ดูข้อมูลส่วนตัว http://abcde555.blogspot.com/

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ