กิตาบอะซาซุลเอียะติกอด ซีฟัต กุดรัต

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

กิตาบอะซาซุลเอียะติกอด ซีฟัต กุดรัต

ตั้งหัวข้อ by Profile on Sun Apr 26, 2015 3:35 pm

เรียนกีตาบยาวี ได้เพิ่มรูปภาพใหม่ 3 ภาพ
กิตาบอะซาซุลเอียะติกอด ซีฟัต กุดรัต
หน้าที่ 12-14
ซีฟัตที่ได้กล่าวผ่านมาทั้งหมดนั้น 6 ซีฟัต ซีฟัตลำดับแรกที่ได้กล่าวคือซีฟัตวูญูด ซึ่งได้เรียกว่าเป็นซีฟัตนัฟซียะห์ หมายถึงซีฟัตที่เกี่ยวเนื่องกับตัว (คือถ้าชี้ไปก็จะโดนที่ตัวของสิ่งนั้นเลย เช่น วัวตัวหนึ่ง การมีวัวตัวนั้น ก็คือตัวของวัวนั้นเอง นั่นคือถ้าชี้ไปที่วัว การมีวัวก็คือตัววัวนั้น แต่ถ้าเป็นอย่างอื่นเช่น วัวนั้นเป็น วัวสีแดง วัวสีขาว สีดำ อันนั้นคือสิ่งที่อยู่ที่ตัววัว ก็คือถ้าเราบอกว่าแดง แดงที่วัว มันก็จะมุ่งไปหาสีแดงที่อยู่ที่วัว แต่ถ้าเราว่ามีวัว การที่บอกว่ามีวัว มันก็จะมุ่งไปที่ตัววัวนั้นเอง )
ซีฟัตนัฟซียะห์นี้ก็คือซีฟัตวูญูดนั้นเอง (มีการคีลาฟกันว่า ตัวกับมีคือสิ่งเดียวกันหรือปล่าว ทัศนะหนึ่งบอกว่าตัวกับมีคือสิ่งเดียวกัน อีกทัศนะบอกว่าบอกตัวกับมีคือคนละสิ่งกัน) เหตุผลที่ได้บอกว่าซีฟัตวูญูดเป็นซีฟัตนัฟซียะห์หรือซีฟัตประเภทตัวนั้น เนื่องจากว่าซีฟัตวูญูดนั้น มันเท่ากับตัวของสิ่งนั้นนั่นเอง นั่นคือ ตัวก็คือมี มีก็คือตัว (ดังเช่นตัวอย่างของวัวที่กล่าวมาแล้ว) การที่บอกว่าเป็นการเท่ากันของตัวของสิ่งนั้นกับการมีของมันนั้น ก็คือมีความเข้าใจว่ามีซ๊าตนั้นอยู่ คือยังคงเข้าใจว่ามีซ๊าตอยู่ ตราบใดก็ตามที่สิ่งนั้นยังไม่ได้หายไป. นั่นคือ ตราบใดที่ยังมีสิ่งนั้นอยู่( สิ่งนั้นไม่ได้หายไป) ก็ยังคงเข้าใจว่ามีซ๊าตอยู่ ยกตัวอย่าง เช่น มีลูกกล้วยอยู่ ตราบใดที่ลูกกล้วยนั้นยังอยู่ เราก็ยังเข้าใจว่ามีลูกกล้วยอยู่ ( ตราบใดที่ลูกกล้วยนั้นไม่ได้หายไปไหน ความเข้าใจว่ามีลูกกล้วยนั้นก็ยังคงอยู่)
อนึ่งสำหรับสีเขียวของลูกกล้วยนั้น มันสามารถที่จะหายไปได้ ก่อนที่ลูกกล้วยนั้นจะหายไป นั่นก็คือ
การมีของลูกกล้วยจะอยู่กับซ๊าตไปตลอด ( คืออยู่กับตัวของสิ่งนั้นไปตลอด ) จึงเรียกซีฟัตนัฟซียะห์ ก็คือการมีของซ๊าตก็จะอยู่กับซ๊าตตลอดไปนั่นเอง แต่ลูกกล้วยนั้นมีคุณลักษณะสีเขียวอยู่ที่เปลือก แต่สีเขียวนั้นมันอาจจะหายไปในขณะที่ลูกกล้วยยังคงอยู่ ก็คือการมีของกล้วยยังคงมีอยู่ แต่สีเขียวที่เคยมีที่เปลือกกล้วย มันหายไปเสียก่อนที่ลูกกล้วยจะหายไป ก็คือสีเขียวจากเดิมที่มีอยู่ มันได้หายไปและถูกแทนที่ด้วยสีอื่น ก็คือถูกแทนที่ด้วยสีเหลืองเมื่อมันสุก 
สรุปตรงนี้คือว่า การมีจะคงอยู่กับซ๊าตตลอดไป ส่วนคุณลักษณะอย่างอื่น(สำหรับของใหม่) ยกตัวอย่างเช่นลูกกล้วย คุณลักษณะอันนั้นมันสามารถที่จะหายไปได้และถูกแทนที่ด้วยคุณลักษณะอย่างอื่น(ยกตัวอย่างของใหม่ ไม่ได้พูดถึงซีฟัตของอัลลอฮ์)
การที่อูลามาอ์ได้เรียงลำดับ(ตัรเตบ) ตั้งแต่ซีฟัตแรก วูญูด กีดัม บากอ มูคอลาฟาตูฮูตะอาลาลิลฮะวาดิษ กิยามุฮูบินัฟซิฮี อัลวาดานียะตูห์ เรียงมาตามลำดับนั้น เพื่อเป็นขั้นตอนให้เราทำความเข้าใจ ไม่ใช่หมายความว่าอัลลอฮ์นั้นจะมีซีฟัตวูญูดก่อนแล้วต่อมา มีซีฟัตกีดัม แล้วมีซีฟัตบากอ บรรดาซีฟัตทั้งหลายของพระองค์และซ๊าตของอัลลอฮ์นั้นกอดีม ไม่มีจุดเริ่มตั้น ซีฟัตวายิบของพระองค์นั้นกอดีม ไม่มีจุดเริ่มต้น ไม่ใช่มีซีฟัตที่ 1ก่อน แล้วมามีซีฟัตที่ 2 ที่ 3 ที่ 4ตามมา
และซีฟัตทั้ง 5 หลังจากซีฟัตวูญูดนั้น( คือนับตั้งแต่ซีฟัตกีดัมจนถึงซีฟัตวะดานียะห์นั้น) เรียกว่าซีฟัตซัลบียะห์ 
ซีฟัตซัลบียะห์ ได้แก่ซีฟัตที่ให้เราได้เข้าใจว่า เป็นซีฟัตที่ได้ปฏิเสธสิ่งที่ไม่คู่ควรกับอัลลอฮ์ ซีฟัตกีดัมเป็นซีฟัตที่บอกว่าการมีของอัลลอฮ์ไม่มีจุดเริ่มต้น หมายถึงปฏิเสธจุดเริ่มต้นของการมีนั่นเอง (ซีฟัตซัลบียะห์ ตัวของซีฟัตเองนั่น ชื่อของมันนั้นเป็นการบ่งบอกถึงการไม่มีของสิ่งหนึ่งในตัวของมัน(หมายถึงในตัวของสิ่งที่มีซีฟัตนั้น) ยกตัวอย่างเช่น คำว่าจน คำว่าจนโดยแก่นแท้ของคำว่าจน คือการไม่มีทรัพย์สินเอง การไม่มีทรัพย์สินได้ปฏิเสธการมีทรัพย์สินนั่นเอง หรือคำว่าเป็นหมัน คำว่าเป็นหมัน มันเป็นชื่อสำหรับการบอกว่าไม่สิ่งหนึ่ง คือการไม่มีลูก คำว่าจน ก็เป็นชื่อของสิ่งหนึ่งที่บ่งบอกว่าไม่มีทรัพย์สินนั้นเอง ยกตัวอย่างเช่นซีฟัตกีดัม เป็นชื่อบ่งบอกถึงการปฏิเสธการมีจุดเริ่มต้นของการมีของอัลลอฮ์ ) 
และซีฟัตบากอ เป็นการปฏิเสธสำหรับการมีจุดสิ้นสุดของอัลลออฮิตาอาลา และซีฟัตมูคอลาฟาตูฮูลิลฮาวาดิษ เป็นการปฏิเสธการเหมือนของอัลลอฮ์กับมัคโลก และซีฟัตกียามูฮูบีนัฟซิฮิเป็นการปฏิเสธการที่ว่าซ๊าตของอัลลอฮ์นั้นจะต้องไปอาศัยอยู่กับสิ่งอื่น(ไม่สามารถดำรงอยู่ด้วยตนเองได้) และเป็นการปฏิเสธการต้องการไปยังผู้สร้างสำหรับซ๊าตของอัลลอฮ์ (ต้องการผู้สร้าง ) และซีฟัตวะห์ดานียะห์ ป็นการปฏิเสธ การมีจำนวนมากกว่าหนึ่ง ( คือปฏิเสธการมีของซ๊าต ซีฟัตประเภทมี และการกระทำ ของอัลลอฮ์ตั้งแต่สองขึ้นไป) และเรานั้นก็ได้รู้กันแล้วว่า แท้จริงแล้ว บรรดาสิ่งที่ได้ถูกปฏิเสธแล้วนั้นทั้ง5 อย่างที่กล่าวมา มันเป็นสิ่งที่ไม่สมควรไม่เหมาะสมสำหรับองค์อัลลอฮิตาอาลา ดังนั้นจำเป็นสำหรับเราที่ต้องรู้และจดจำ สำหรับซีฟัตทั้ง 6 ที่กล่าวมาแล้วตั้งแต่ซีฟัตวูญูดจนถึงซีฟัตวะห์ดานียะห์ เราต้องเข้าใจและยึดมั่นว่าเป็นสิ่งที่จำต้องจริง ไม่ใช่สิ่งที่มี ( สรุปคือซีฟัตทั้ง 6 นั้นเป็นซีฟัตประเภทจริง ไม่ใช่ซีฟัตประเภทมีนั่นเอง )
ดังนั้นตอนนี้ผู้เขียนจะกลับไปกล่าวถึงบรรดาซีฟัตซึ่งเป็นซีฟัตประเภทมีต่อไป ซึ่งซีฟัตประเภทมี มีอยู่ด้วยกัน 7 ซีฟัต วายิบบนคนที่มีสติสัมปะชัญญะต้องรู้และยึดมั่นด้วยใจ (การรู้อย่างเดียวแต่ไม่ยึดมั่นไม่ยอมรับด้วยหัวใจนั้นใช้ไม่ได้) วายิบที่เราต้องรู้รายละเอียดของแต่ละซีฟัตทั้ง7 นี้ไปทีละซีฟัต (ซีฟัตประเภทมีนี้ ซึ่งมีอยู่จริงที่ซ๊าตของอัลลอฮ์ ถ้าอัลลอฮิตาอาลาทรงเปิดฮิญาบให้เราเห็น เราก็จะเห็น )
ถึงแม้ว่าบรรดาซีฟัตประเภทมีที่อัลลอฮ์มีมากก็ตาม แต่เราจำเป็นที่จะต้องเข้าใจว่า ณ ที่ซ๊าตของอัลลอฮ์นั้น มีซีฟัตกุดรัต นั่นคือ "เปอกวอซอ" ( จากเดิมคำว่ากวอซอเฉยๆ แปลว่าสามารถ แต่ใส่ตัวฟา ف เข้าไปในภาษามลายู จะกลายเป็น เปอกวอซอ คำกริยาที่ใส่ตัวฟาเข้าไป เป็นได้ 3 ลักษณะ คือ
1)คำนั้นจะหมายถึงคุณลักษณะหรือซีฟัต 
2)เปลี่ยนจากคำกริยาเป็นคำนาม เช่น "มาแอน" แปลว่าเล่น ใส่ฟาเข้าไป กลายเป็น "เปอมาแอน" หมายถึงผู้เล่น 
3)คำกริยาบางอย่าง เช่นคำว่า ตัก เมื่อใส่ตัวฟาเข้าไปก็กลายเป็นอุปกรณ์เครื่องมือสำหรับตัก )
ตรงนี้จากเดิมคำว่า กวอซอ เมื่อใส่ฟาเป็น "เปอกวอซอ" หมายถึงคุณลักษณะแห่งความสามารถ ความเข้าใจจากการใส่ตัวฟาเข้าไปเป็นเปอกวอซอหมายถึงมีซีฟัตกุดรัต (มีซีฟัตเปอกวอซอ)อยู่ที่ซ๊าตของอัลลอฮ์ ซ๊าตของความองค์จึงมีความสามารถ ซึ่งจะแตกต่างจากแนวคิดของมัวะตาซิละห์ มัวะตาซิละห์มีความเชื่อว่าอัลลอฮ์มีความสามารถด้วยกับซ๊าต แต่อะห์ลีซุนนะห์วัลญามาอะห์เชื่อว่ามีซีฟัตอยู่ที่ซ๊าต ด้วยซีฟัตที่อยู่ที่ซ๊าต ซ๊าตของอัลลอฮ์จึงมีความสามารถ ความเข้าใจดังกล่าวนี้เรียกว่าซามารอตุลซีฟัต(ثمرة الصفة) (การใส่อักษรฟา เข้าไปที่ซีฟัตมะอานียทั้งหมดนั้น เพื่อเป็นการแยกแยะระหว่าง ตัวซีฟัต ซะมะรอตุซซีฟัต และตะโละของซีฟัต ) เมื่อซีฟัตซึ่งมีความสามารถนั้นได้ปฏิบัติหน้าที่( منوتوت )เรียกว่าตะโละ( تعلق ) ตะโละหมายถึง (طلب الصفة امر زاد على قيامها في الذات )การทำหน้าที่ของซีฟัตที่นอกเหนือจากการแสวงหา หรือการทำหน้าที่จะอยู่ที่ซ๊าต (การแสวงหา การทำหน้าที่อย่างอื่นของซีฟัตที่นอกเหนือจากการทำหน้าที่ที่จะอยู่ที่ซ๊าต ภาษา มลายูเรียกว่า "มะนูนโตต" (منوتوت ) คือการทำหน้าที่ที่นอกเหนือจากการปฏิบัติหน้าที่ที่จะอยู่ที่ซ๊าต เรียกว่าตะโละ )
การใส่ตัวฟาเข้าไปที่กวอซอ เป็น เปอกวอซอ จะหมายถึงซีฟัตที่อยู่ที่ตัวซ๊าต และเมื่อซีฟัตนั้นได้ปฏิบัติหน้าที่(ตะโละ) เช่นซีฟัตกุดรัต ซีฟัตกุดรัตปฏิบัติหน้าที่คือ การทำให้มี จากที่ไม่มี หรือภาษมลายูใช้คำว่า "เมิงงาดอ" หรือการทำให้สิ่งที่มีอยู่แล้ว เป็นไม่มี ภาษามลายูใช้ว่า "มะนีย์อาดอ" การปฏิบัติหน้าที่ ทั้งการเมิงงาดอและการมะนีย์อาดอเรียกว่า ตะโละ ส่วนสิ่งที่ถูกทำให้มีหรือสิ่งที่ถูกทำให้หายไป เรียกว่าสิ่งที่ถูกตะโละ หรือจะใช้คำว่า มูตาอัลลัก ( متعلق ) (ต่อไปการเรียนซีฟัตมานีย์ทั้ง 7 จะพูดซ้ำอีก ต้องทำความเข้าใจความหมายของศัพท์ก่อน )
สรุป 
การแยกแยะระหว่างซีฟัต มะอานีย ซะมารอตุซซีฟัต และตะโละของซีฟัต
-ซีฟัตมะอานีย ( صفة معاني )คือซีฟัตประเภทมี ซึ่งอยู่ที่ซาต
-ซะมารอตุซซีฟัต( ثمرة الصفة ) คือ ผลจากการมีซีฟัตมะอานีย์ อยู่ที่ซาต ทำให้ซาตมีคุณลักษณะนั้น เช่น มีซีฟัตการมองเห็นอยู่ที่ซาต จึงทำให้ซาตนั้นมองเห็น
- ตะโละ ( تعلق )ของซีฟัต คือการที่ซีฟัตซึ่งอยู่ซาตนั้นปฏิบัติหน้าที่ เช่น มีซีฟัตการมองเห็น จึงเห็นสิ่งต่างๆที่มี ( คือคุณลักษณะการมองเห็นนั้น منوتوت ในการเห็นสิ่ง موجود ทั้งหลาย ) 
- มูตาอัลลัก ( متعلق ) คือ สิ่งที่ถูกตะโละ
การใส่ตัวฟาเข้าไปที่ซีฟัตมะอานีย์ เช่น กวอซอ เป็น เปอกวอซอ เป็นการแยกแยะให้ชัดเจนระหว่างตัวซีฟัตและตัวตะโละ ซึ่งริเริ่มโดยบาบออิสมาแอล บิน อับดุลกอเดร หรือที่รู้จักในนาม "ปะดอแอมักกะห์" ท่านเป็นต้นตำรับสำหรับการให้ความหมายภาษามลายูด้วยการใส่อักษรฟาเข้าไปเป็นเปอกวอซอ ด้วยกับสาเหตุที่มีซีฟัตเปอกวอซออยู่ที่ซ๊าตของอัลลอฮ์นั้น พระองค์ก็เลยสามารถ สรุปง่ายๆด้วยการมีคุณลักษณะของความสามารถอยู่ที่ซ๊าตของอัลลอฮ์ พระองค์จึงมีความสามารถ พระองค์มีความสามารถที่จะทำให้สิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ไม่มีให้มีขึ้นมา ซึ่งสิ่งนั้นเป็นมุมกิน( มุมกินคือบรรดาสิ่งที่ถูกสร้างทั้งหลาย) และการที่พระองค์มีซีฟัตเปอกวอซอ(กุดรัต) นอกจากพระองค์จะทำให้มีมุมกิน พระองค์ยังสามารถทำให้มุมกินนั้นหายไป(จากมี กลายเป็นไม่มี) การที่พระองค์จะทำให้เกิดมุมกินหรือจะทำให้มุมกินที่มีนั้นหายไป สิ่งนั้นจะตรงต้องกับสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์หรือสิ่งที่พระองค์ทรงกำหนดไว้นั่นเอง( สิ่งที่พระองค์กำหนดไว้ สิ่งนั้นวายิบจะต้องเกิดขึ้น )
อะไรคือหลักฐานที่ทำให้เรากล่าวว่ามีซีฟัตกุดรัตที่อัลลอฮ์ ด้วยกับการที่เราได้มองเห็นผลงานของซีฟัตกุดรัตนั่นเอง การที่เราเห็นผลงาน ทำให้เรารู้ว่าย่อมที่จะมีผู้สร้าง และผู้สร้างนั้นต้องมีความสามารถในการสร้างผลงานเหล่านั้นนั่นเอง ( เช่น เราได้เดินเข้าไปในป่า ไม่มีใครอยู่เลย เราเดินไปเจอกระท่อมหลังหนึ่ง มีลักษณะเหมือนมีคนสร้าง ทำให้เรารู้ว่ากระท่อมนี้ต้องมีคนสร้างและคนสร้างกระท่อมต้องมีความสามารถในการสร้างกระท่อม และสมมุตว่าเราขึ้นไปบนกระท่อมนั้น เผอิญหน้ากระท่อมนั้นมีก้อนหินก้อนใหญ่ก้อนหนึ่ง เราขึ้นไปหลับบนกระท่อม พอตื่นขึ้นมาเห็นก้อนหินนั้นกลับไปอยู่หลังกระท่อม ทำให้เรารู้ขึ้นมาทันทีว่าต้องมาผู้มาเคลื่อนย้ายตำแหน่งก้อนหินนั้น แต่เราไม่เห็นผู้เคลื่อนย้ายนั้น และผู้ที่เคลื่อนย้ายนั้นต้องมีความสามารถ มีพละกำลังในการเคลื่อนย้ายก้อนหินนั้น ก้อนหินนั้นไม่มีขา ไม่มีชีวิต มันจะเคลื่อนย้ายเองไม่ได้ เพราะฉะนั้นผลงานในการเลื่อนก้อนหินต้องมีคนมาเคลื่อน และคนคนนั้นต้องมีความสามารถนั่นเอง ) ดังนั้นเราจึงไม่สามารถที่จะยอมรับได้ว่าไม่มีซีฟัตกุดรัต ไม่มีคุณลักษณะความสามารถที่อัลลอฮ์ ดังนั้นถ้าหากเรานั้นไม่สามารถยอมรับได้ว่าไม่มีซีฟัตกุดรัตที่อัลลอฮ์ เราจะเกิดความมั่นคงแน่นแฟ้น เกิดการยึดมั่นในจิตใจเราว่ามีซีฟัตกุดรัตที่อัลลอฮ์ เราก็จะเกิดความมั่นคงแน่นแฟ้นในจิตใจเราว่าพระองค์นั้นจะต้องไม่อ่อนแอ (เพราะเราได้เห็นผลงานของพระองค์แล้ว พระองค์ได้สร้างโลก สร้างจักรวาล สร้างดวงจันทร์ ดวงดาว ดวงอาทิตย์ให้โคจรอย่างเป็นระบบ ได้ทำให้โลกนี้ได้หมุนเวียนอย่างเป็นระบบ มีกลางวันกลางคืน สร้างมนุษย์ขึ้นมาในสภาพที่สวยงาม มีเพศชายเพศหญิง สามารถที่จะดำรงเผ่าพันธุ์ สร้างอาหารสำหรับมนุษย์ ทั้งหมดนั้นล้วนแต่เป็นผลงานทั้งสิ้น ซึ่งบ่งชี้ว่ามีผู้สร้างสิ่งเหล่านั้นขึ้นมา ไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ และผลงานเหล่านั้นบ่งบอกถึงว่าผู้ที่ สร้างขึ้นมานั้นมีความสามารถ ) เพราะฉะนั้นก็จะเกิดความมั่นคงในจิตใจของเรา จากการที่เราได้เห็นผลงานที่ถูกสร้างขึ้นมาจากองค์อัลลอซุบฮานาวาตาอาลา เราจึงมั่นใจว่าพระองค์มีความสามารถ ก็คือมั่นใจว่าพระองค์มีซีฟัตกุดรัตนั่นเอง 
วัลลอฮุอะลัม.
avatar
Profile
Admin

จำนวนข้อความ : 260
Join date : 25/07/2013

ดูข้อมูลส่วนตัว http://abcde555.blogspot.com/

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ