ลักษณะอาญาและบทลงโทษในกฎหมายอิสลาม : 6. การพนัน

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ลักษณะอาญาและบทลงโทษในกฎหมายอิสลาม : 6. การพนัน

ตั้งหัวข้อ by Profile on Mon Jan 05, 2015 12:46 am


ลักษณะอาญาและบทลงโทษในกฎหมายอิสลาม : 6. การพนัน

การพนันเรียกในภาษาอาหรับ ว่า อัล-กิม๊ารฺ (اَلْقِمَارُ) หรือ อัล-มัยซิรฺ (اَلْمَيْسِرُ) หมายถึง การเล่นเอาเงิน หรือสิ่งอื่น ด้วยการเสี่ยงโชค หรือฝีมือ อาทิเช่น การเล่นลูกเต๋า, หมากรุก, ถั่ว, หัวแหวน, ไข่, ก้อนหิน เป็นต้น นักวิชาการ เห็นพ้องตรงกัน ว่า ทุก ๆ การละเล่นที่มีการพนัน ถือเป็นสิ่งต้องห้าม (หะรอม) และถือเป็นส่วนหนึ่ง จากการกิน (ได้มาซึ่ง) ทรัพย์สินของผู้คน โดยมิชอบ (บาฏิล) ซึ่งพระองค์อัลลอฮฺ (سبحا نه وتعالي) ทรงบัญญัติห้ามเอาไว้ในพระดำรัสที่ว่า

وَلاَ تَأْكُلُواْ أَمْوَالَكُم بَيْنَكُم بِالْبَاطِلِ

“และสูเจ้าทั้งหลาย อย่าได้กินทรัพย์สินของหมู่สูเจ้า ระหว่างหมู่สูเจ้าด้วยกัน โดยมิชอบ” (อัล-บะกอเราะฮฺ อายะฮฺที่ 188)

และพระดำรัสที่ว่า :

يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُواْ إِنَّمَا الْخَمْرُ وَالْمَيْسِرُ وَالأَنصَابُ وَالأَزْلاَمُ رِجْسٌ مِّنْ عَمَلِ الشَّيْطَانِ فَاجْتَنِبُوهُ لَعَلَّكُمْ تُفْلِحُونَ

“โอ้บรรดาศรัทธาชน อันที่จริงสุรา, การพนัน, สัตว์ที่ถูกเชือด ณ แท่นบูชา และการเสี่ยงทายนั้น คือความสกปรกโสมม อันมาจากงานของมารร้าย ดังนั้น สูเจ้าทั้งหลายจงหลีกห่างมันเถิด หวังว่าสูเจ้าทั้งหลาย จะได้รับความสัมฤทธิผล” (อัล-มาอิดะฮฺ อายะฮฺที่ 90)

และมีอัล-หะดีษระบุว่า

إِنَّ رِجَالاً يَتَخَوَّضُوْنَ فِى مَالِ اللهِ بِغَيْرِحَقٍّ فَلَهُمُ النَّارُ يَوْمَ الْقِيَامَةِ

“แท้จริงบรรดาบุคคล ที่ล่วงล้ำเข้าไปในทรัพย์สิน ของพระองค์อัลลอฮฺ โดยมิชอบนั้น สำหรับพวกเขา คือนรกอเวจี ในวันกิยามะฮฺ” (อ้างจากอัล-กะบาอิรฺ, อัซซะฮฺบีย์)

และอัล-หะดีษที่รุบุว่า :

مَنْ قَالَ لِصَاحِبِه تَعَالَ أُقَامِرْكَ فَلْيَتَصَدَّقْ

“ผู้ใดกล่าวกับเพื่อนของเขาว่า “มาเถิด! ฉันจะพนันกับท่าน” ผู้นั้นจงบริจาคทานเสีย!” (รายงานโดยบุคอรี)

จากอัล-หะดีษบทนี้ จะเห็นได้ว่า เพียงแค่บุคคลพูดจาชักชวนบุคคลอื่น ให้เล่นการพนัน ก็ถือว่าบุคคลผู้นั้น จำต้องเสียค่าปรับ (กัฟฟาเราะฮฺ) ด้วยการบริจาคทาน เพื่อลบล้างความผิดที่เกิดขึ้น จากคำพูด ดังนั้น การเล่นการพนันจริง ๆ จึงถือเป็นสิ่งที่ต้องห้า มและถือเป็นการประพฤติผิดบาปใหญ่ (กะบาอิรฺ) ซึ่งจำเป็นที่บุคคลผู้นั้น ต้องเตาบะฮฺ (สำนึกผิด) ตามเงื่อนไขที่ศาสนาได้กำหนดเอาไว้ คือ

- ละเลิกและถอนตัวจากการเล่นการพนัน โดยเด็ดขาด

- เสียใจต่อการประพฤติผิดนั้น

- ตั้งใจอย่างแน่วแน่ ว่า จะไม่หวนกลับไปประพฤติผิด ด้วยการเล่นการพนันอีก

- ต้องคืนทรัพย์สินที่ได้มา โดยการพนันนั้น แก่เจ้าของทรัพย์สิน

อนึ่ง ถึงแม้ว่าการพนันจะเป็นสิ่งต้องห้าม และถือเป็นบาปใหญ่ เช่นเดียวกับการดื่มสุรา แต่เนื่องจากการพนัน ไม่มีข้อกำหนดบทลงโทษ โดยตัวบทของศาสนา ดังเช่นกรณีการดื่มสุรา แต่ผู้มีอำนาจ หรือศาล สามารถตัดสินคดีการเล่นการพนันได้ โดยใช้ดุลยพินิจ ตามคดีลหุโทษ (อัต-ตะอฺซีรฺ) เช่น การเฆี่ยนที่ไม่ถึงจำนวน ที่ศาสนาบัญญัติเอาไว้, การจำคุก, การปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ เป็นต้น

เหตุผลในการบัญญัติห้ามการพนัน มีดังนี้ คือ

- ศาสนามีความประสงค์ ให้มุสลิมปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ และแนวทางของพระองค์อัลลอฮฺ (سبحا نه وتعالي) ที่ทรงกำหนดเอาไว้ ในเรื่องการแสวงหาปัจจัยยังชีพ ที่เป็นที่อนุมัติ (หะล้าล) การพากเพียร และมุ่งมานะ ในการประกอบอาชีพ ตลอดจนการยึดมั่น ในทำนองคลองธรรม ในการได้มาซึ่งทรัพย์สิน

- การพนันเป็นอบายมุขที่ส่งผลร้าย ต่อศรัทธา และความเชื่อของบุคคล ดังจะเห็นได้ว่า พระองค์อัลลอฮฺ (سبحا نه وتعالي) ทรงบัญญัติห้ามการเล่นการพนัน เคียงคู่กับการดื่มสุรา การบริโภคเนื้อสัตว์ ที่ถูกเชือดในบริเวณแท่นบูชาเจว็ด ซึ่งเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการตั้งภาคี การเสี่ยงทาย ซึ่งมอมเมาบุคคล ให้จมปลักอยู่กับเรื่องของโชคลาง และความหวังลมๆ แล้งๆ

- การพนันเป็นการทำให้เสียทรัพย์ เป็นต้นเหตุแห่งการเป็นหนี้เป็นสิน ซึ่งสร้างผลร้ายให้กับตัวของบุคคล ที่เล่นการพนัน และบุคคลรอบข้าง โดยเฉพาะครอบครัว ตลอดจนเป็นสาเหตุของอาชญากรรม ที่คุกคามต่อความสงบสุขของสังคม โดย ส่วนรวม

- การพนันและการดื่มสุรา เป็นต้นเหตุให้เกิดความบาดหมาง ความชิงชัง และความอาฆาตพยาบาท ผู้เล่นการพนัน ย่อมมีทั้งผู้ที่ได้ และผู้ที่เล่นเสีย และความสิ้นหวังอันเกิดจากการเสียพนันในครั้งแรก จะผลักดันให้ผู้ที่เสียพนัน หวนกลับไปสู่การเล่นพนันอีกครั้ง เพื่อแสวงหาสิ่งทดแทน จากการสูญเสียในครั้งแรก เมื่อเป็นฝ่ายชนะในการพนัน ก็เกิดความย่ามใจ แต่ในท้ายที่สุด ก็เสียทรัพย์สิน จนหมดตัว อัลกุรอานฺได้ระบุเอาไว้ว่า :
إنَّمَا يُرِيدُ الشَّيْطَانُ أَن يُوقِعَ بَيْنَكُمُ الْعَدَاوَةَ وَالْبَغْضَاء فِي الْخَمْرِ وَالْمَيْسِرِ وَيَصُدَّكُمْ عَن ذِكْرِ اللّهِ وَعَنِ الصَّلاَةِ فَهَلْ أَنتُم مُّنتَهُونَ

“อันที่จริงมารร้ายนั้น มันมุ่งหมายต่อการให้เกิดความเป็นศัตรู และความชิงชังระหว่างหมู่สูเจ้า ด้วยเหตุของการดื่มสุรา และการเล่นพนัน และมุ่งหมาย ต่อการขัดขวางสูเจ้าทั้งหลาย จากการรำลึกถึงพระองค์อัลลอฮฺ และจากการละหมาด ดังนั้น พวกท่านทั้งหลาย จงยุติเสียเถิด (อัล-มาอิดะฮฺ อายะฮฺที่ 91)

สิ่งที่เข้าข่ายว่าเป็นการพนัน

การละเล่น หรือการแข่งขันทุกชนิด ที่มีการพนัน เข้าไปเกี่ยวข้อง ถือเป็นสิ่งต้องห้าม (หะรอม) อาทิเช่น การพนันในการเล่นหมากรุก, การทอยลูกเต๋า, การเล่นโฮโล, การเล่นถั่ว, การเล่นน้ำเต้าปูปลา, การพนันที่เกี่ยวข้องกับกีฬา เช่น มวยตู้, การพนันฟุตบอล เป็นต้น นอกจากนี้ การเล่นหวย, ลอตเตอรี่ หรือสลากกินแบ่งรัฐบาล ทั้งที่ถูกกฎหมาย และผิดกฎหมาย ถือเป็นสิ่งต้อง (หะรอม) เช่นกัน

อนึ่ง การละเล่นบางชนิด และการแข่งขันบางประเภท เช่น การเล่นหมากรุก, เพื่อฝึกสมอง และปฏิภาณไหวพริบ, การยิงธนู, การขี่ม้า, การวิ่งแข่ง เป็นต้น ถือเป็นสิ่งที่อนุมัติ (มุบาหฺ) แต่มีเงื่อนไข 3 ประการดังนี้ คือ

- การละเล่น และการแข่งขันดังกล่าว ต้องไม่เป็นเหตุทำให้เกิดความล่าช้า ในการละหมาด จนเลยเวลาการละหมาด ที่ถูกกำหนดไว้

- ต้องไม่มีการพนันเข้าไปเกี่ยวข้อง

- ผู้เล่นต้องรักษามารยาท ในระหว่างการเล่น หรือการแข่งขัน ไม่พูดจาหยาบคาบ ไม่ด่าทอ เป็นต้น หากขาดเงื่อนไขข้อหนึ่งข้อใด จาก 3 ประการนี้ นักวิชาการถือว่าเป็นสิ่งต้องห้าม (หะรอม) ลักษณะอาญาและบทลงโทษในกฎหมายอิสลาม : 6. การพนัน

การแข่งขัน

การแข่งขัน เรียกในภาษาอาหรับว่า อัส-สิบ๊าก (اَلسِّبَاقُ) หรือ อัล-มุสาบะเกาะฮฺ (اَلمُسَابَقَةُ) คือ การที่บุคคลแข่งขันกับเพื่อน (คู่แข่ง) ในการขี่ม้าหรืออูฐ เป็นต้น

การแข่งขัน เป็นที่อนุมัติ โดยมีหลักฐานจากอัส-สุนนะฮฺ และอัล-อิจญ์มาอฺ และการแข่งขัน ได้รับการยกเว้นจาก 3 เรื่อง อันเป็นที่ต้องห้าม คือ การพนัน, การทรมานสัตว์ ที่มิใช่เรื่องการกิน และการได้สิ่งทดแทน และเดิมพัน สำหรับบุคคล เพียงคนเดียว ในกรณีเมื่อผู้แข่งขันทั้ง 2 ฝ่าย ได้ยื่นสิ่งทดแทนเอาไว้ (วางเดิมพัน) เพื่อให้ผู้ชนะเอาสิ่งทดแทน และเดิมพันนั้น

ประเภทของการแข่งขัน

การแข่งขัน (อัล-มุสาบะเกาะฮฺ) มี 2 ชนิด คือ

- การแข่งขัน โดยไม่มีสิ่งทดแทน (อัล-อิวัฎ) ถือเป็นสิ่งที่อนุมัติ (ญาอิซฺ) โดยไม่มีการกำหนดเงื่อนไข ด้วยสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่แน่นอน เช่น การแข่งขันเดิน, แข่งเรือ, แข่งนก, แข่งล่อ, แข่งลา และแข่งช้าง เป็นต้น และอนุญาตให้แข่งขันมวยปล้ำ และการยกก้อนหิน เพื่อให้รู้ว่าผู้แข่งขันคนใด แข็งแรงกว่า หลักฐานการแข่งขันชนิดนี้ คือ การวิ่งแข่งของท่านนบีฯ (صلى الله عليه وسلم) กับท่านหญิงอาอิชะฮฺ (ร.ฎ.) ซึ่งในครั้งแรกของท่านนบีฯ (صلى الله عليه وسلم) แพ้ให้กับท่านหญิงอาอิชะฮฺ (ร.ฎ.) และในครั้งที่ 2 ท่านชนะ (รายงานโดยอะหฺหมัด, อบูดาวูด, อัชชาฟิอีย์, อัน-นะสาอีย์และท่านอื่น ๆ )

และท่านสลามะฮฺ อิบนุ อัล-อักวะอฺ ได้แข่งขันวิ่งกับชายชาวอันศ๊อร ต่อหน้าท่านนบีฯ (صلى الله عليه وسلم) และปรากฏว่า ท่านสลามะฮฺได้รับชัยชนะ (รายงานโดยมุสลิมและอะหฺหมัด) และท่านนบีฯ (صلى الله عليه وسلم) เคยแข่งมวยปล้ำกับรุกกานะฮฺ (รายงานโดยอบูดาวูด) และให้ใช้หลักการกิยาส กับการแข่งขันในประเภทอื่น ๆ เทียบกับสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น

- การแข่งขันโดยมีสิ่งทดแทน (อัล-อิวัฎ) นักวิชาการส่วนใหญ่ (ญุมฮู๊รฺ) มีความเห็นว่า ไม่อนุญาตให้แข่งขัน โดยมีสิ่งทดแทน นอกเสียจากในการยิงธนู อูฐและม้า อันเป็นการฝึก ในเรื่องการใช้อาวุธ และการขี่สัตว์พาหนะ ที่ใช้ในสงคราม

เงื่อนไขในการอนุญาต ให้มีการแข่งขัน โดยมีสิ่งทดแทน

- การแข่งขันนั้น ต้องอยู่ในประเภท ที่มีประโยชน์ในการญิฮาด คือ การแข่งขันยิงธนู, ขี่อูฐและม้า

- สิ่งทดแทน (อัล-อิวัฎ) จะต้องมาจากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ที่ร่วมแข่งขัน หรือมาจากบุคคลที่ 3 อาทิเช่น บุคคลหนึ่งกล่าวแก่เพื่อนของเขาว่า “หากท่านเอาชนะฉันได้ ฉันจะมอบสิ่งนั้น สิ่งนี้ ให้แก่ท่าน และถ้าหากฉันเอาชนะท่านได้ ท่านก็ไม่ต้องเสียสิ่งใด” หรือ ผู้ปกครอง หรือบุคคลที่ 3 กล่าวว่า : “คนใดจากท่าน 2 คน ชนะ ผู้นั้นย่อมได้สิ่งนั้นสิ่งนี้ จากฉัน” ทั้งนี้ ในกรณีดังกล่าว ไม่มีการพนัน อันเป็นที่ต้องห้าม หากแต่การจ่ายสิ่งทดแทน เป็นการให้รางวัล หรือสิ่งตอบแทน (อัลมุกาฟะอะฮฺ)

ดังนั้น ถ้าหากปรากฏว่า สิ่งทดแทน (อัล-อิวัฎ) มาจากทั้ง 2 ฝ่าย ก็เรียกว่า การเดิมพัน (อัร-ริฮาน) ซึ่งการเดิมพันจะใช้ไม่ได้ นอกเสียจากต้องมีมุหัลลิ้ล (مُحَلِّلٌ) คือบุคคลที่ 3 ที่ทำให้ข้อห้าม เป็นที่อนุญาต กล่าวคือ มีการยกเลิกข้อตกลงที่ทำเอาไว้ และทำให้มันออกจากรูปของการพนัน อันเป็นที่ ต้องห้าม

ดังเช่น ทั้ง 2 ฝ่ายตกลงกัน ในการที่แต่ละฝ่าย จะกำหนดเงินจำนวน 100 บาท หรือหนึ่งใน 2 ฝ่าย กำหนดไว้ 80 บาท อีกฝ่ายหนึ่ง 20 บาท โดยแต่ละฝ่าย จะจ่ายสิ่งที่ถูกกำหนดเอาไว้ แก่บุคคลอื่น (คือบุคคลที่ 3 ที่ร่วมแข่งซึ่งเรียกว่า มุหัลลิล) ซึ่งปรากฏว่า ม้าหรืออูฐของเขา ทัดเทียม (มีลักษณะเสมอกัน และสู้กันในการแข่งขันได้) กับม้าหรืออูฐทั้ง 2 ตัวของทั้ง 2 ฝ่ายแรก เป็นต้น

ดังนั้น ถ้าหากม้าหรือ อูฐของบุคคลที่ 3 (มุหัลลิล) ชนะม้าหรืออูฐของ 2 ฝ่ายแรก บุคคลที่ 3 ก็เอาทรัพย์ทั้ง 2 จากทั้ง 2 ฝ่ายแรก แต่ถ้าหากม้าหรืออูฐของทั้ง 2 ฝ่ายชนะม้า หรืออูฐของบุคคลที่ 3 และม้าหรืออูฐของทั้ง 2 ฝ่ายถึงเส้นชัยพร้อมกัน ก็ย่อมไม่มีสิ่งใด เป็นสิทธิสำหรับคนหนึ่ง เหนืออีกคนหนึ่ง เพราะผู้วางเดิมพันทั้งสอง เสมอกัน และเพราะบุคคลที่ 3 (มุหัลลิล) ไม่จำเป็นต้องจ่ายสิ่งใด อันเนื่องจากม้า หรืออูฐของเขา เข้าสู่เส้นชัยทีหลัง (แพ้) และถ้าฝ่ายบุคคลที่ 3 มาถึงเส้นชัย พร้อมกับหนึ่งใน 2 ฝ่าย เป็นอันดับแรก และหนึ่งในสองฝ่ายมาถึงทีหลัง ทรัพย์ของฝ่ายที่ 1 จาก 2 ฝ่ายนั้น ก็อยู่พร้อมกับบุคคลที่ 3 และทรัพย์ของฝ่ายที่มาถึงทีหลังจาก 2 ฝ่ายนั้น ก็จะถูกนำมาแบ่งเท่า ๆ กันระหว่างบุคคลที่ 3 (มุหัลลิล) กับฝ่ายที่เข้าเส้นชัยพร้อมกัน

การแข่งขันในลักษณะที่มีบุคคลที่ 3 เข้ามาร่วมด้วยนี้ ถือว่าอนุญาต โดยไม่มีข้อห้ามแต่อย่างใด ดังนั้น การแข่งขันในลักษณะที่ต้องห้าม และถือว่าเป็นการพนัน ก็คือ การที่แต่ละฝ่ายจากผู้แข่งขัน 2 ฝ่าย จำต้องจ่ายเงินจำนวนหนึ่ง แก่ฝ่ายที่ชนะ ฝ่ายใดแพ้ ก็จำต้องจ่ายจำนวนเงินที่ตกลงกันไว้ แก่ฝ่ายที่ชนะนั่นเอง

ทั้งนี้ หากมีบุคคลที่ 3 เข้าร่วม (มุหัลลิล) ตามรายละเอียดที่กล่าวมาแล้ว ก็จะทำให้การแข่งขันนี้ ซึ่งมีการพนัน ออกจากรูปของการพนัน อันเป็นที่ต้องห้าม ไปสู่รูปการแข่งขันที่อนุญาต ซึ่งการพิจารณา ว่า การแข่งขันมีเรื่องการพนัน เข้ามาเกี่ยวข้อง ก็คือ มีการได้ (หรือเอา) และมีการเสีย (คือให้) จากทั้ง 2 ฝ่าย ด้วยการตกลงกัน ว่า ผู้ชนะจากทั้ง 2 ท่านจะเอา (คือได้) และผู้ที่แพ้ (ถึงเส้นชัยทีหลัง) จากทั้ง 2 ท่าน จำต้องจ่าย เช่นนี้ ถือว่าเป็นการพนัน อันเป็นที่ต้องห้าม

ที่มา http://www.alisuasaming.com http://www.piwdee.net/Islamsoksa5/islam46.html
avatar
Profile
Admin

จำนวนข้อความ : 260
Join date : 25/07/2013

ดูข้อมูลส่วนตัว http://abcde555.blogspot.com/

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ